You must enable JavaScript to view this site.
Homepage > Browse by Publication Type > Media Releases > Thailand: The Calm before Another Storm?

ประเทศไทย: ความสงบก่อนพายุอีกลูกจะมาเยือน?

กรุงเทพฯ /บรัสเซลล์  |   11 Apr 2011

กรุงเทพฯ /บรัสเซลล์, 11 เมษายน 2554  : รัฐบาลไทยจะต้องทำทุกวิถีทางให้การเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม  อีกทั้งการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความชอบธรรมและปราศจากการแทรกแซงจากชนชั้นนำ  เพื่อลดเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงและความรุนแรง 

ประเทศไทย : ความสงบก่อนพายุอีกลูกจะมาเยือน?  รายงานฉบับล่าสุดจากอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปกล่าวว่าเกือบหนึ่งปีหลังจากที่มีการสลายการชุมนุม   กลุ่มคนเสื้อแดงยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง   ในขณะที่การปรองดองทางการ     เมืองกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ  แม้ว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะได้ประกาศว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม  2554    แต่ก็มีข่าวลือว่าอาจจะเกิดการรัฐประหารหรือการแทรกแซงทางการเมืองในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งต้องชะงักลง

“แม้ว่าการเลือกตั้งนั้นจะไม่ใช่ยาวิเศษ แต่ถ้าหากว่าประเทศไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากเสียงของประชาชนได้สำเร็จก็จะส่งผลให้ความชอบธรรมของรัฐบาลนั้นสูงขึ้น”,  รุ่งรวี  เฉลิมศรีภิญโญรัช  นักวิเคราะห์อินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป   ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว  “เนื่องจากเดิมพันในครั้งนี้สูงมาก  การแข่งขันจึงมีแนวโน้มที่จะดุเดือด   การสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั้งโดยองค์กรภายในประเทศ  ระดับภูมิภาคและนานาชาติ  รวมทั้งการเผยแพร่ข้อตกลงกฎกติกาการเลือกตั้งเพื่อให้สาธารณชนรับรู้ในวงกว้างอาจจะมีส่วนช่วยในการลดความรุนแรงและเพิ่มความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งได้”

ขั้วหนึ่งในความขัดแย้งทางการเมืองนี้คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งสนับสนุนกลุ่มชนชั้นนำ อันประกอบด้วยสถาบันกษัตริย์ กองทัพและศาล   อีกขั้วหนึ่งคือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ความขัดแย้งนี้ได้ทำให้เกิดความแตกแยกที่ร้าวลึกในประเทศไทย  การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2553 นำไปสู่การปะทะระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ การปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิต 92 คน ซึ่งรวมถึงพลเรือน 21 คนและทหารอีกห้านายในเหตุการณ์ในวันที่ 10 เมษายน   แม้ว่าจะถูกปราบปรามอย่างรุนแรง  แต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังคงแข็งแกร่งและเตรียมที่จะต่อสู้อีกครั้งหนึ่งในสนามเลือกตั้ง โดยให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมของพวกเขา

กลุ่มพธม. ได้แสดงท่าทีต่อต้านการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นและเรียกร้องให้มวลชนคนเสื้อเหลืองไม่ลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด   แกนนำพธม. อ้างว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจัดการเลือกตั้งในสภาวะที่การเมือง “สกปรก”  พวกเขาคาดหวังว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาจจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีคุณธรรมเพียบพร้อมเพื่อมาทำการเมืองให้ “สะอาด”   ผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพธม. ได้ลดจำนวนลง  การเคลื่อนไหวชาตินิยมสุดขั้วในกรณีควาขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชาในปีนี้มีคนเข้าร่วมการชุมนุมน้อยกว่าการเคลื่อนไหวในปี 2551 มาก     กลุ่มพธม.  ก็เริ่มขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยเป็นแนวร่วมต่อต้านทักษิณมาด้วยกัน

นอกจากประเด็นว่าการเลือกตั้งจะเสรีและยุติธรรมหรือไม่  การจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นประเด็นสำคัญในการกำหนดสภาวการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งและจะเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้น   โดยมีแนวโน้มว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นรัฐบาลผสม กลุ่มคนเสื้อ แดงได้ขู่ว่าจะชุมนุมประท้วงอย่างหนักหน่วง  ถ้าหากพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล    แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคการเมืองที่ไม่ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งนั้นจะไม่ผิดรัฐธรรมนูญ  แต่ความชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตยของรัฐบาลใหม่นั้นจะถูกท้าทายในทันที    ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าหากว่าพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าเป็น “หุ่นเชิด” ของอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล  กลุ่ม พธม.  และกลุ่มชนชั้นนำก็คงจะออกมาต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน    

“การทำให้ทุกฝ่ายยอมรับผลของการเลือกตั้งยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับสังคมไทย   แต่ความพยายามบิดเบือนผลการเลือกตั้งโดยฝ่ายชนชั้นนำนั้น แน่นอนว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงและความรุนแรง” นายจิม  เดลลา-จิอาโคม่า ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปกล่าว  “ประเทศไทยคงจะต้องเผชิญกับการชุมนุมประท้วงซึ่งมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้นต่อไปเรื่อยๆ  จนกว่ากลุ่มชนชั้นนำกับผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งจะจัดสรรอำนาจกันได้ลงตัว  รวมทั้งเห็นพ้องกันในเรื่องบทบาทและตำแหน่งแห่งที่ของชนชั้นนำประเพณีในระบอบประชาธิปไตยได้”  

 
This page in:
English
ไทย

Contact Info

Samer Ibrahim Abu Rass (Brussels)
+32 (0) 2 541 1635
twitter@crisisgroup_ar

Kimberly Abbott (Washington)
+1 202 785 1602
twitter@kimberlymabbott

For more information on how to contact Crisis Group's Communications Unit, please click here.