You must enable JavaScript to view this site.
This site uses cookies. By continuing to browse the site you are agreeing to our use of cookies. Review our legal notice and privacy policy for more details.
Close
Homepage > Publication Type > Media Releases > Thailand: The Evolving Conflict in the South

ประเทศไทย: วิวัฒนาการของความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กรุงเทพฯ / บรัสเซลล์   |   11 Dec 2012

เหตุการณ์รุนแรงจากการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษแล้ว  เริ่มเห็นได้ชัดว่าผู้ก่อความไม่สงบชาวมลายูมุสลิมนั้นมีศักยภาพเหนือกว่ามาตรการตอบโต้ของฝ่ายรัฐที่ยังคงย่ำอยู่กับที่เพราะยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆ ประกอบกับต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ

ประเทศไทย: วิวัฒนาการของความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรายงานชิ้นล่าสุดของอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปที่วิเคราะห์ถึงพัฒนาการของปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้และความบกพร่องของนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้ก่อความไม่สงบสามารถต้านทานและปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีเพื่อหลีกหนีการสกัดกั้นของทหาร พวกเขามีความชำนาญและกล้าเสี่ยงในการก่อเหตุมากขึ้น  รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนักให้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่และหาทางยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถหาแนวทางการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จได้เพราะต้องเผชิญกับการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองและความเฉื่อยชาของระบบราชการ

“การโจมตีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2555 ได้ยกระดับปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ให้อยู่ในสำนึกร่วมกันของคนทั้งประเทศ อีกทั้งยังเป็นการท้าทายคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่รัฐที่คอยตอกย้ำว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วในการแก้ปัญหาภาคใต้” แมทธิว วีลเลอร์ นักวิเคราะห์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปกล่าว “แต่การที่หลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจปัญหาความไม่สงบในภาคใต้อีกครั้งก็ไม่ได้ผลักดันให้เกิดวิธีคิดใหม่ๆ หรือความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาแต่อย่างใด”

รัฐบาลทุกชุดที่เข้ามาบริหารประเทศต่างก็พยายามคลำหาวิธียุติเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งนับว่าเป็นความขัดแย้งภายในประเทศที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ไม่ว่าจะโดยการส่งทหารหลายหมื่นนายไปประจำการในพื้นที่หรือการทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด ฝ่ายข้าราชการพลเรือนทั้งที่อยู่ในพื้นที่และในส่วนกลางถูกจำกัดบทบาทลงเพราะต้องคอยเดินตามนโยบายของกองทัพซึ่งมีอำนาจเด็ดขาดในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็พยายามหาหนทางแก้ปัญหาความรุนแรงโดยที่ไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเมือง 

แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ด้วยวิถีทางทางการเมืองนั้นได้รับการพูดถึงมาเป็นเวลานานแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ รัฐบาลควรปรับเปลี่ยนสภาวการณ์ทางทหารในพื้นที่ภาคใต้ ยกเลิกการใช้กฎหมายด้านความมั่นคงที่เข้มงวด และหยุดปกป้องเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคงจากการรับผิด  เพื่อลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ

นอกจากนี้รัฐบาลยังควรสร้างฉันทามติในสังคมวงกว้างเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างจริงจังด้วยการกระจายอำนาจทางการเมือง ให้ความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ และเดินหน้าความพยายามในการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  

“ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังสับสนกับแนวทางการแก้ปัญหา ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็จะเข้มแข็งและกล้าเสี่ยงมากขึ้น นับเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจำกัดขอบเขตของการต่อสู้ไว้เพียงแค่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”  จิม เดลลา-จิอาโคม่าผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปกล่าว  “แต่สถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงระดับที่เริ่มมีการตั้งคำถามต่อความสามารถของรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ด้วยตนเอง รัฐบาลไทยอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมสถานการณ์หากปราศจากความคิดริเริ่มและปฏิบัติการที่ทันท่วงทีกว่านี้ในการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้”

####

 
This page in:
English
ไทย

Contact Info

Michael Zumot (Brussels)
+32 (0) 2 290 57 62
@MichaelZumot

Scott Malcomson (New York)
+1 347 409 0166
@smalcomson

For more information on how to contact Crisis Group's Communications Unit, please click here.